su-^.^-survey's profileSURVEY ENGINEERINGPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 29

    ชีวิตเราหรือ

    >อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน......แล้วนะ - ข้อคิดดี ๆ                                                                                      >คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
    >1 ปี เท่ากับ 365 วัน
    >แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
    >คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
    >ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์
    >อุแม่เจ้า........แสดงว่า
    >เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
    >คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
    >แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน
    >เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
    >เปล่าเลยไม่ได้กลัวตาย
    >และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ
    >แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
    >ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
    >เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
    >หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
    >ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
    >พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม
    >สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
    >น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ
    >ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
    >แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
    >นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ
    >อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
    >อุแม่เจ้าเทค 2
    >คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง
    >สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
    >คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
    >กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
    >เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
    >นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลย
    >นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
    >เราไม่ค่อยได้มองมัน
    >เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี
    >แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
    >และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......
    >คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....
    >เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่
    >ผลลัพธ์ที่ได้
    >เราจะทำยังไงกับมันดี .....
    >แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ
    >นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
    >เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า " เงินเดือน "
    >บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ
    >ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
    >ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน
    >เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี
    >บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
    >ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
    >แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
    >บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
    >ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
    >ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
    >และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา " ชีวิตมันว่างจัด
    >ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
    >บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
    >เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
    >อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ
    >ลองคิดแบบนี้บ้าง
    >ใช่แล้ว ....เราจะเกิดความเสียดาย
    >เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
    >ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
    >ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
    >แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
    >และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
    >มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
    >เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
    >ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
    >ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
    >ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
    >รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
    >ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว
    >ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
    >กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
    >นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
    >เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล